Category: บันเทิง


6 หนังดีที่ต้องบอกต่อ ที่คุณห้ามพลาด!! ในปี 2020


ใครเป็นคนที่ชื่นชอบการดู หนังออนไลน์ 2020 บ้าง แน่นอนว่าคนที่ชอบดูหนังมากๆนั้นก็มักจะดูมาเกือบทุกเรื่องแล้ว เอ๊ะ!หรือว่ายังไม่ได้ดูทุกเรื่องนะ… จริงๆเราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ดูหนังดีๆหลายเรื่อง ก็แหม…หนังมันเยอะซะขนาดนั้นจะไปดูครบทุกเรื่องได้ยังไงล่ะ วันนี้ในตรงนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังดีที่ต้องมาบอกต่อให้เพื่อนๆรู้ บอกหน่อยว่าเป็นหนังที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ต้องดูให้ได้เลยนะ! หนังดีที่ต้องบอกต่อ! 1. Raw (2017) เป็นหนังที่จะออกจะแหวกแนวไปซะหน่อย แต่รับรองว่าสนุกเลยต้องติดใจอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นคนกินมังสวิรัติมาตลอด แต่จู่ๆเธอก็หันมาติดใจและหลงใหลในรสชาติของเนื้อมนุษย์ แนะนำว่ามีเรื่องนี้อาจจะอึดผะอมถึงขั้นอ้วกเลยก็ว่าได้ จึงอยากบอกเพื่อนๆว่าเมื่อดูเรื่องนี้ก็ไม่ควรจะกินอาหารไปด้วยดูไปด้วย เพราะหนังเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่พะอืดพะอมไปทั้งเรื่องเลยละคะ ต้องบอกว่าแนวนี้ไม่ใช่แนวเลือดสาดนะคะอย่าเข้าใจผิด 2. Jojo Rabbit (2019) ถึงแม้ว่าจะดูจบไปแล้วแต่ก็เป็นหนังที่ทำให้คนดูยังรู้สึกวนอยู่ในหนัง ตั้งแต่ชิ้นแรกยันจบเรื่องหนังทำออกมาได้ดีมากๆเลย การเล่าเรื่อง…ก็เล่ามาได้อย่างละเอียดอ่อนโดยการนำสงครามนาซีมาเล่าผ่านให้มันดูตลก แต่ก็ยังทนความเศร้าความเหงาเอาไว้ในเวลาเดียวกัน เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกว่าดูแล้วหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่กลับถูกปลอบเอาไว้ด้วยความอบอุ่นใจ 3. Secret Zoo (2020) เป็นเรื่องที่ตลกมากๆขำจนปวดท้องเลยทีเดียว ด้วยความยาวของหนังที่เกือบ 2 ชั่วโมงแต่กลับรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อหรือมันยาวจนเกินไป เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ที่เบาสมองแต่ก็ยังสอดแทรกสาระในรูปแบบง่ายๆที่สามารถจิกประเด็นสังคมรอบตัวหลายอย่าง สะท้อนคุณค่าชีวิตคนชีวิตสัตว์ เนื้อเรื่องนั้นมีการทำอย่างละนิดละหน่อยแล้วจับมาขมวดปมไว้ด้วยกันแบบลงตัว ในเนื้อเรื่องก็จะเป็นประมาณว่าเมื่อสวนสัตว์กำลังจะเจ๊ง พวกเขาเหล่านั้นก็จะต้องทำให้สวนสัตว์อยู่รอดให้ได้ภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นก็คงต้องไปติดตามดู 4. The Florida Project (2017) ในการเลือกใช้โทนสีของหนังนั้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับเนื้อหา...


ทำไมฉันถึงได้ชอบดู “หนังออนไลน์สยองขวัญ”!!


คนที่ชอบดู หนังออนไลน์ 2020 สยองขวัญ คุณรู้ไหมคะว่าทำไมคุณถึงชอบที่จะดูถึงแม้ว่าจะกลัวก็ตาม? หนังสยองขวัญนั้นยิ่งในสมัยนี้การทำเอฟเฟคก็ยิ่งน่ากลัวขึ้น มีความสมจริงขึ้นมากบางครั้งก็เล่นเอาตกอกตกใจเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ แต่มีคนได้กล่าวไว้ว่าการดูหนังสยองขวัญนั้นจะสามารถให้รับมือกับสถานการณ์ในชีวิตได้ดีกว่าคนที่ไม่ดู และจะจัดการกับความวิตกกังวลของตัวเองได้ดีมากขึ้นเลยค่ะ “ คุณรู้ไหมคะว่าความกลัวนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยู่รอด แล้วความกลัวจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ได้รับรู้ว่าสิ่งนั้นน่ากลัวอีกทั้งความกลัวยังเป็นตัวที่กระตุ้นให้เราอยู่รอดอีกด้วย มันเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งที่ได้รับการถ่ายทอดกันต่อมา ” แปลกใจกันบ้างหรือเปล่า ว่าทำไมหรือมีอะไรที่ทำให้เรากลัวในเรื่องของผีหรือชื่นชอบในเรื่องของผี ภาพยนตร์แนวสยองขวัญสั่นประสาทมักจะชอบทำสิ่งต่างๆให้คนกลัวและประหลาดใจอยู่เสมอ ยิ่งแนวสั่นประสาทจะทำให้ขนหัวลุกได้ตลอดเวลา ยิ่งน่ากลัวก็ยิ่งกระตุ้นให้คนอยากไปดูอยากรู้ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน บางคนก็ชอบที่จะดูดูแล้วดูอีกขนาดน่ากลัวและสยดสยองขนาดไหน แต่บางคนก็ขอโบกมืออยู่ห่างๆจะดีกว่าแล้วก็ไม่อยากจะเข้าไปดู ทำไมฉันถึงได้ชอบดูหนังสยองขวัญกันนะ? ในเรื่องนี้มันมีเหตุผลรองรับอยู่ เวลาที่ได้ดูหนังสยองขวัญก็จะเพลิดเพลินไปกับมันเพราะอารมณ์ที่เรียกว่า กลัว มันจะเกิดขึ้นในระหว่างที่ดูจึงทำให้ร่างกายนั้นหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา แต่เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมาก็จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความตื่นเต้นออกมาด้วย เพราะแบบนี้จึงทำให้คนที่ดูนั้นมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังที่ดูอยู่นั่นเอง พูดง่ายๆเลย คือ อารมณ์เป็นสิ่งที่ได้ถูกปรุงขึ้นมาจากในสมอง เมื่ออารมณ์กลัวจะถูกดึงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ตามที่สมองได้รับข้อมูลไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง ที่ส่งมาจากอวัยวะสัมผัสอย่าง หู ตา จมูก และสมอง ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายส่วนอื่นๆอีกที ความเปลี่ยนแปลงของระดับสารและฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นมันมีความสำคัญนะคะ เพราะสมองของคนที่กำลังกลัวมันจะเตรียมตัวที่จะสู้หรือไม่ก็หนี ซึ่งเป็นสัญญาณการอยู่รอดและเอาตัวรอดอีกอย่างหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของระบบร่างกายในสภาวะนี้ เกิดขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้อวัยวะทั้งหมดที่ทำงานร่วมกันสามัคคี เพื่อให้สู้หรือหนีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองค่ะ เราสามารถกลัวได้โดยไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นจริงและไม่เคยสัมผัสกับมันจริงๆ ซึ่งการกลัวแบบนั้นจะเกิดขึ้นจากการฟังหรืออ่านมาไม่ว่าจะเป็นดูโทรทัศน์หรือดูหนังภาพยนตร์สยองขวัญ เลิกกันกลัวเหล่านี้ก็เป็นคนไกลการช่วยชีวิตแต่ความกลัวบางอย่างก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอุปสรรคของชีวิตด้วย แล้วที่ชอบดูหนังสยองขวัญกันนั้นก็เพราะว่าสามารถจัดการกับความกลัวได้แล้วนั่นเอง อีกทั้งมันยังตื่นเต้นสนุกแล้วก็กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตอบสนองว่าจะสู้หรือหนี แล้วต้องบอกว่าเป็นการฝึกสัญชาตญาณอีกอย่างหนึ่งด้วย เอาแบบนี้เลยค่ะคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้ชอบดูหนังสยองขวัญกันมากเราถึงตัวผู้เขียนเองด้วย


5 หนังอนิเมชั่นที่ต้องดู ที่วัยไหนก็ดูได้


หนังออนไลน์ 2020 อนิเมชั่นที่เป็นการ์ตูนเคลื่อนไหว…เป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบดูเป็นอย่างมาก สามารถดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทุกช่วงวัย หนังอนิเมชั่นนั้นนอกจากจะมีความสนุกความอบอุ่นปนเศร้าแล้วก็ยังแฝงไปด้วยสาระสำคัญ วันนี้เราจะมาแนะนำ5 เรื่องที่ต้องดูบอกเลยว่าวัยไหนก็ดูได้ 1. My Neighbour Totoro อนิเมะเรื่องนี้ทำให้ตัวละคร “โทโทโระ” กลายเป็นสัญลักษณ์ของสตูดิโอจิบลิ ที่เป็นไข้การ์ตูนชื่อดังทำออกมากี่เรื่องก็กวาดได้ทุกเรื่อง เรื่องราวนั้นได้เริ่มต้นขึ้นที่เด็กผู้หญิง 2 คนที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ในแถบชนบทกับพ่อ นั่นก็เพื่อที่จะให้อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่แม่ของพวกเธอนอนรักษาตัวอยู่ เด็กทั้งสองคนนั้นก็ได้ค้นพบว่าในป่ามีโทโทโระที่เป็นสัตว์วิเศษ ที่เป็น ผู้พิทักษ์ป่า เด็กทั้งสองก็ได้เป็นเพื่อนกับโทโมะ แล้วเรื่องราวมหัศจรรย์มากมายก็เกิดขึ้น 2. Toy Story 1-4 เด็กทุกคนย่อมจะมีของเล่นชิ้นโปรดเป็นของตัวเอง แต่เมื่อโตขึ้นก็มักจะหลงลืมทิ้งขว้างกับของเล่นพวกนั้น อนิเมะเรื่องนี้จะชวนให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าของเล่นนั้นมีชีวิตขึ้นมาจะเป็นยังไง ถ้าเล่นแรงเขาจะเจ็บไหมหรือคุณลืมพวกเขาไปแล้วหรือยัง เป็นหนังอนิเมะที่ดีมากๆไม่ว่าจะเป็นภาพเนื้อเรื่องที่ทำมาได้ประทับใจ ใครที่ดูเรื่องนี้ในตอนเด็กก็ลองหามาดูในตอนโตดูนะ 3. Princess Mononoke เป็นอนิเมะแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ เนื้อเรื่องกล่าวถึงอะชิตะซึ่งเป็นคนภายนอกเขาได้มาเกี่ยวข้องกับพลังเหนือธรรมชาติที่ดูแลป่าและผู้คนโลหะนคร หนังเรื่องนี้ไม่ได้แบ่งให้เห็นว่าฝ่ายดีฝ่ายชั่วแบบชัดเจน แต่ทำให้เห็นถึงความเป็นจริงของโลกที่ไม่มีชัยชนะของใคร แต่ได้บอกว่าความสัมพันธ์มนุษย์ธรรมชาติเป็นอะไรที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน 4. Wall-E เรื่องนี้เล่าถึงโลกที่ไม่มีมนุษย์แล้ว…แต่เต็มไปด้วยขยะโดยที่มีหุ่นยนต์เก็บขยะที่ชื่อว่า Wall-E ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จนกระทั่งได้พบกับ Eve ที่มายังโลกเพื่อทำการค้นหาต้นไม้ ซึ่งทั้งคู่ก็ได้ตกหลุมรักกัน เรื่องนั้นจะบอกว่าให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของบ้านเกิดเมืองนอน ควรจะสู้ควรจะปกป้องบ้านเกิดไม่ใช่ว่าทิ้งขว้างกันไป เป็นอนิเมะที่ปลุกจิตสำนึกออกมาได้ดีมากๆ 5....


หนังออนไลน์ 5 เรื่อง…ที่จะเปลี่ยนความคิดของคุณ!


มี หนังออนไลน์ มากมายทั้ง สนุก เศร้า และมีอารมณ์ต่างๆที่แฝงไว้ในหนัง ถึงแม้จะมีอย่างมากมายขนาดไหน แต่หนังดีๆสักเรื่องหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้มันก็มีไม่มากนัก เพราะมันจะให้แรงบันดาลใจให้ข้อคิดกับคุณ จนบางครั้งจนบางทีมันอาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปเลยก็ได้ วันนี้เราจะพามาให้คุณได้รู้จักกับภาพยนตร์ที่ให้แรงบันดาลใจ มีเรื่องอะไรบ้างมาดูกัน 1. Yes Man เนื้อเรื่องได้เล่าถึงชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตน่าเบื่อ เช้าไปทำงานเลิกกลับมานอน ใครชวนออกไปไหนก็ไม่ไปเพราะกลัวการเริ่มต้นและการเจอสถานที่แปลกๆ แต่อยู่วันหนึ่งชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปไม่ได้เจอกับลัทธิ “Yes” ที่สอนให้เขาตอบตกลงทุกข้อที่มีคนชวนหรือได้เสนอมา แล้วเขาก็ค้นพบว่าชีวิตของเขาไม่ได้น่าเบื่ออีกแล้ว แต่ทุกอย่างที่เขาตอบตกลงมักจะมีเรื่องราวสุดอัศจรรย์ให้เขาได้พบเจอ 2. The Secret Life of Walter Mitty เมื่อนิตยสารมีเรื่องจำเป็นที่จะต้องหยุดตีพิมพ์ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ และย้ายไปเป็นนิตยสารรูปแบบออนไลน์แทน ต้นเหตุของเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะทางนิตยสารนั้นต้องการภาพๆหนึ่งจากช่างภาพชื่อดัง เพื่อมาทำเป็นปกให้กับนิตยสารฉบับสุดท้าย แต่ปรากฏว่าภาพนั้นได้หายไป จึงกลายเป็นหน้าที่ของตัวเองที่จะต้องออกตามหา แล้วเป็นการออกตามหาตัวเองอีกด้วย “ สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ค้นพบความหมายบางอย่างในการใช้ชีวิต ที่คุณอาจจะได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วคุณต้องการอะไร ” 3. Forrest Gump หนังได้เล่าเรื่องถึงชายที่เกิดมาพร้อมกับความบกพร่องทางสมอง เขาแบบนั้นจึงทำให้เขามีไอคิวที่ต่ำกว่าคนทั่วไป แต่ชีวิตของเขานั้นมีเรื่องราวต่างๆมากมายไม่ว่าการไปเป็นทหารรบในเวียดนาม การแข่งขันปิงปองระดับโลก การออกเรือทำฟาร์มกุ้ง การวิ่งมาราธอนไปทั่วประเทศ และที่สำคัญเขาก็ตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวตั้งแต่เด็กจนโต ที่เข้ามาอาจจะดูจืดชืดแต่บอกเลยว่าไปดูจริงๆนั้นหนังสนุกมากๆ คุณลองไปดูสิคะแล้วจะรู้ว่าชีวิตนั้นคืออะไร 4. The...


รู้หรือเปล่า? แค่ดูหนังออนไลน์ ก็สามารถถ่ายภาพได้เก่งขึ้น!


การดู ดูหนังออนไลน์ นอกจากจะได้รับความสนุกสนานแล้ว ก็สามารถเสริมทักษะให้กับตัวเองได้มากยิ่งขึ้นด้วย ยิ่งใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การดูหนังจึงเป็นการเสริมทักษะในการถ่ายภาพให้เก่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะช่วยอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลย 1. รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ การใส่ใจในรายละเอียดความเข้ากันของเนื้อหาในภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพสินค้า การถ่ายชุดบิกินี่ การถ่ายแต่งงาน บางคนก็อาจจะลืมในเรื่องการจัดของต่างๆที่ให้เข้ากับภาพ มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากถึงแม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็ต้องเก็บและใส่ใจ เพราะฉะนั้นลองดูภาพยนตร์ว่าเขามีรายละเอียดที่น่าดูกันตรงไหนบ้าง 2. ในเรื่องของอารมณ์ในภาพ อารมณ์ของภาพสายตาต่างๆ ลองจำความรู้สึกละเอียดสีหน้าสายตาอารมณ์ที่ตัวละครใช้ในตอนนั้น การถ่ายภาพในลักษณะนี้จะต้องเข้าใจในเรื่องการสื่ออารมณ์และในการนำเสนออารมณ์ออกมาในนั้นด้วย จึงจะทำให้คนดูได้เข้าใจถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นมากขึ้น 3. การวางเฟรม ในเรื่องของเฟรมภาพในโลกภาพยนตร์นั้นจะมีหลากหลายแบบมาก มากจนที่จะต้องลองเอามุมไปใช้ถ่ายภาพก็ได้ เช่น มุมการเล่าเรื่องของการท่องเที่ยวหรือเล่าบรรยากาศในเมือง ถ้าอยากถ่ายภาพสวยๆก็ลองสังเกตว่าเขาจัดเฟรมหรือวางมุมไหนถึงได้ถ่ายออกมาสวย 4. การเล่าเรื่องของภาพในหนัง การเล่าเรื่องในหนังเป็นสิ่งสำคัญ ดูว่าในหนังนั้นมีการใช้คำพูดที่น่าสนใจไหม เนื้อหาในเรื่องต่อเนื่องเป็นเรื่องราวเดียวกันหรือเปล่า แล้วยิ่งเป็นเรื่องที่มีการเขียนรีวิวที่ต้องใช้ภาพในการนำเสนอนั้น ใครเป็นสารด้านนี้ก็ควรจะเรียนรู้จากตรงนี้ได้เป็นอย่างดี 5. การจัดแสงของหนัง แน่นอนว่าภาพยนตร์มักจะไม่ใช้แสงธรรมชาติไปทุกตอน ยิ่งในบางตอนที่จะต้องถ่ายด้วยไฟเพิ่มแสงธรรมชาติไม่พอ ให้ลองสังเกตว่าเขาจัดไปลักษณะไหนหรือใช้แสงในรูปแบบไหน นั่นก็เพื่อนำเอามาปรับใช้กับภาพถ่ายของเรานั่นเองค่ะ 6. มุมกล้องในหนังภาพยนตร์ ภาพยนตร์แต่ละเรื่องก็ทำมุมกล้องออกมาดีมากๆ แต่บางเรื่องก็ทำให้มึนหัวเหมือนกัน นั่นแหละค่ะที่จะบอกก็คือมุมกล้องในการเล่าเรื่องแต่ละเรื่องนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป ลองดูว่าถ้าชอบมุมไหนเป็นพิเศษก็ลองหยิบมาใช้ดูบ่อยๆ ใครที่เป็นคนที่ชอบถ่ายวิดีโออยู่แล้วรับรองได้ว่าการดูหนังจะช่วยให้ชำนาญมากขึ้น 7. การใช้โทนสี โทนสีในแต่ละเรื่องนั้นจะมีลักษณะสีที่แตกต่างกันออกไป การใช้โทนสีที่แตกต่างกันนั้นจะทำให้ได้อารมณ์คนละแบบ ทำให้หนังนั้นดูโรแมนติก ดูเศร้า...


ทำไมคนนิยมการดู “หนังออนไลน์” มากขึ้น?


การ หนังออนไลน์ เป็นความบันเทิงอีกรูปแบบหนึ่งที่สมัยนี้นิยมกันมากขึ้น เพราะการดูหนังในรูปแบบออนไลน์นี้เป็นการสร้างความสนุกสนานให้กับตัวผู้ชม อีกทั้งยังสร้างความสะดวกสบายทุกคนอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าเพียงแค่มีมือถือหรือมีแค่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็สามารถที่จะดูหนังได้แล้ว ในยุคนี้ต้องบอกว่าการดูหนังนั้นพัฒนาไปไกลมากสามารถดูได้ทุกที่ไม่ต้องไปซื้อแผ่นไม่ต้องไปโหลดหนังเถื่อนเหมือนแต่ก่อน เพียงแค่กดหาหนังที่อยากจะดูก็สามารถดูได้แบบไม่ง้อลงน่ะไม่ง้ออะไรเลย แต่ถึงการดูหนังในสมัยนี้ง่ายขึ้นทำให้คนไปดูในโรงน้อยลงนั้น จริงๆแล้วอรรถรสในการรับชมดูที่บ้านกับดูในโรงภาพยนตร์นั้นมันต่างกันอย่างมาก ข้อดีในการดูหนังในรูปแบบออนไลน์นั่นก็คือสามารถดูได้ฟรี ไม่ต้องออกเดินทางไปไกล อยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่ไหนก็สามารถดูได้ทันที บอกว่าความรู้สึกในการดูนั้นมันจะไม่เท่ากับในโรงแน่นอนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสียงภาพ หรือไม่ว่าจะเป็นหนังในละครโทรทัศน์คนก็ดูน้อยลงเพราะอาจจะมาจากการที่ไม่มีเวลาดู จึงทำให้ไปดูย้อนหลังในรูปแบบออนไลน์เอา คนสมัยนี้นิยมดูหนังในรูปแบบออนไลน์เอาจึงทำให้เกิด App หรือ web ต่างๆ ที่เกี่ยวกับหนังซีรี่ย์ภาพยนตร์ต่างๆ หนังในเว็บนั้นส่วนมากจะมีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลารูปแบบการรับชมก็จะเป็นแบบ HD ซึ่งคนจะนิยมมาดูกันเป็นจำนวนมาก แต่ว่าไม่ว่าแบบไหนก็มีรสชาติอรรถรสที่แตกต่างกันแล้วมีความสนุกเหมือนกัน แนะนำ : การดูหนังให้สนุกมากยิ่งขึ้น – ดูคนเดียวน่าจะสนุกกว่าแต่ถ้าดูหลายคนก็จะมีอารมณ์ร่วมกันมากขึ้น แต่ถ้าหากต้องการเรื่องที่ต้องมีสมาธิแนะนำให้ดูคนเดียวแต่ถ้าเน้นอาหารก็ดูหลายๆคนจะดีกว่า – เปิดเสียงให้ดังกระหึ่ม เพื่อความบันเทิงที่จะได้สนุกมากขึ้น แต่แนะนำว่าอย่าดังมากนะเพราะเพื่อนข้างบ้านจะด่าเอา – อยากดูหนังซูมเพราะมันเป็นอะไรที่แย่ทั้งคุณภาพภาพและเสียง แถมยังทำลายวงจรการผลิตภาพยนตร์ทางตรงอีกด้วย แบบนี้มันเป็นอะไรที่ไม่ดีเอาซะเลย – หาขนมอร่อยๆมากินกัน แน่นอนว่าเมื่อมีอะไรดูก็ต้องมีอะไรถึงปากตกถึงท้องเหมือนกัน เพื่อที่จะได้สนุกมากขึ้นและปากก็จะได้ไม่เหงาอีกด้วย – ถ้าดูหลายๆคนแนะนำว่าให้หาคนนึงที่มีรสนิยมในการดูภาพยนตร์ดีๆสักเรื่องนึง รับรองว่าจะได้ดูหนังแบบสนุก ถึงแม้ว่าหนังในรูปแบบออนไลน์จะมีคนนิยมกันมากขึ้น แต่นั่นก็พอด้วยการที่เวลาในการไปดูภาพยนตร์ในโรงนั้นมีน้อย อีกทั้งการดูในรูปแบบออนไลน์มันสะดวกสบายมากกว่า แต่ก็ใช่ว่าคนจะไม่หันไปดูในโรงภาพยนตร์เลย เพราะในรูปแบบที่ดูในบ้านกับโรงภาพยนตร์นั้นมันมีบรรยากาศที่แตกต่างกันซึ่งดีทั้ง 2 แบบ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าในตอนนั้นใครอยากจะไปดูแบบไหนมากกว่าต่างหาก